|
ทำธุรกิจยังไง ให้รวยภายใน 6 ปี
คำถามแรกคือ เงินเท่าไหร่ กี่บาทหรือคะ ที่คุณคิดว่าคุณรวยแล้ว ? ช่ายคะ เราหาคำตอบไม่ได้หรอกคะ บางคน แค่แสนเดียวก็พอ บางคนเป็นหลักล้าน บางคนร้อยล้าน แต่สำหรับตั๊ก Fullrich แค่อยู่ได้ เลี้ยงลูกน้องได้ เลี้ยงครอบครัวได้ ก็พอใจแล้วคะ
(2).jpg)
เราเปลี่ยนมุมมองเป็น ทำยังไงให้ธุรกิจที่ทำอยู่...ประสบความสำเร็จดีกว่าคะ
หากถามตั๊ก ตั๊กตอบว่า
1 .ซื่อสัตย์กับลูกค้า
2. ยอมเสียทรัพย์อย่ายอมเสียชื่อ (ไม่งก)
3. กตัญญูกับผู้มีพระคุณ (จะทำให้เฮง)
4. อย่าเอาเปรียบลูกน้อง
5. ระเบียบวินัยต้องเป๊ะ ตรงต่อเวลา
ทำไมหรือคะ เพราะพิสูจน์มาแล้ว นะซิ ว่ามันจะทำให้ประสบความสำเร็จจริงๆ
เวลาตั๊กอ่านหนังสือ ทำไงคนนู้นถึงรวย คนนั้นก็รวย ไปลักอ่านฟรีๆในร้านหนังสือ...เปิดเล่มไหน เล่มนั้น ทุกคนล้วนมีเงินทุนจากพ่อแม่ แล้วก็มีความสามารถ ไม่ก็เรียนจบสูง วันหนึ่งก็รวย หันมามองตัวเอง แล้วตัวเราจะทำไงละ? ทรัพย์จางมากๆ
คราวนี้มาลองดูประวัติชีวิตตั๊กแบบละเอียด อาจจะทำให้หลายคนที่กำลังทำธุรกิจแล้วท้อ ไม่รู้จะเดินไปทางไหน เริ่มยังไง หันมามองว่าเคยมีเด็กคนหนึ่งลำบากกว่า คุณตอนนี้หลายเท่า ยังสู้ ยังอดทน จนรอดมาได้
ตอนที่ 1 เริ่มคลอด..
เด็กหญิงตั๊กอ้วนกลม กินเก่ง เรียนโรงเรียนเอกชนที่โรงเรียนศรีอุลัย แถวพระปิ่นเกล้า จริงๆแล้วฐานะทางบ้านพ่อแม่ก็โอเค บ้านไม้สไตล์เรือนไทยหลังใหญ่ มีที่ดินให้รถเก๋งจอดเช่า หลายคัน แม่เป็นแม่ค้าขายอาหารตามสั่ง ข้าวแกงและผัดไทย ร้านใหญ่มีชื่อเสียงแถวเชิงสะพานพระปิ่นเกล้า พ่อเป็น ร.ส.พ. ขนของจากใต้มาขาย พ่อแม่ เลี้ยงลูกหลาน 12 คนสบายๆ เด็กหญิงตั๊ก เรียนเก่งได้ที่ 1, 2 บ้าง 3 บ้าง ก็เรียกว่าเรียนดีล่ะ พ่อบอกว่าอยากได้ลูกสาวเป็นหมอให้ชื่นใจสักคน ตั๊กก็เรียนๆอยากเป็นหมอล่ะ... เรียนเสร็จกลับบ้าน มาช่วยแม่ขายของ ล้างจาน เสริฟอาหาร คิดตังค์ ทำได้หมด... เเม่ตั๊ก เป็นแม่ศรีเรือนทำอาหารเก่ง ตัดเสื้อให้ลูกสาวใส่ก็สวย แม่ชอบสอนลูกสาวให้เป็นแม่ค้าตั้งแต่ตัวยังน้อยๆ หน้าหนาว..เปิดร้านขายบัวลอยให้ตั๊กขาย และพอหน้าร้อนก็ให้ขายน้ำแข็งใส บางวันก็เฉาก๊วยขูด หน้าร้านแม่ ได้ค่าขนมไปโรงเรียนเยอะมาก แม่ซื้อของให้ ได้กำไรมา ก็แบ่งทุนคืนแม่ไปซื้อของมาขายวันรุ่งขึ้น สนุกมากกก ดูทุกอย่างโอเค แต่วันหนึ่ง บ้านที่พ่อเอาเงินเก็บซื้อไว้ กลายเป็นที่ดินวัดไม่มีโฉนดและที่ถูกเวนคืนในเวลาต่อมา จะด้วยอะไรไม่รู้เพราะเด็กมาก แต่ที่รู้ตอนนั้นคือ บ้านไม่เหลืออะไรเลย เราย้ายไปอยู่ในสลัม บ้านล้อมรอบน้ำเน่า เหม็นมาก กลัว ตะขาบ งูมากกกกก แถมบ้านก็เอียง ก่อนจะนอนๆอยู่ซ้ายสุดของบ้าน เวลาตื่นอยู่ขวาสุดของบ้าน คิดดูว่าเอียงขนาดไหน.. ต่อมายาย พี่ชาย 2 คน พ่อ ก็เสียชีวิต ติดๆกัน เหมือนแพแตก ร้านอาหารของแม่ก็โดนไล่ที่ให้ 7/11 เช่า อะไรจะซวยซ้ำ ซวยซ้อนโชคร้ายได้ขนาดนี้
.jpg)
พอฐานะทางบ้านย่ำแย่ ก็โดนเพื่อนบ้านบางคนดูถูก นินทา คนที่ยืมเงินแม่ พอแม่ขอคืน นอกจากไม่คืนก็ด่าแม่ ตั๊กเด็กมากนะ เพื่อนบ้านหรือญาติที่แม่ เคยให้ความช่วยเหลือยามเค้าลำบาก พอแม่ลำบากขอความช่วยเหลือบ้างก็ทำกิริยาดูถูกใส่ ตอนนั้นที่รู้สึกได้ คือ ไม่ใช่เด็กจะไม่รู้สึกและไม่เข้าใจอะไร ตอนนั้นจำไว้ ว่าวันหนึ่งฉันจะรวยกว่า ดีกว่า มีให้มากกว่า
พี่สาวคนโตจึงตัดสินใจเอาเงินก้อนสุดท้ายจากประกันของพ่อ จำนวน 300,000 บาท ย้ายจากบ้านสลัม ไปเปิดร้านชุดนักร้อง แฟนซี ราตรีให้เช่า หลังพาต้า ซอยจรัญ 40 แบบคนไม่รู้อะไรเลย ไม่รู้งานตัด ไม่รู้งานเย็บ ซื้อผ้าที่พาหุรัดผิดๆถูกๆ แล้วไปจ้างร้านตามประตูน้ำและพาหุรัดตัด ออกมาทรงนม แพทเทริ์นออกมาน่าเกียจมาก ลองผิดลองถูก จนเงินทุนก็เกือบหมด ตัดมาเช่าไม่ได้ ไม่มีนักร้องเช่า เพราะแพทเทริ์นไม่สวย นมไม่สวย แล้วช่างตัดที่เก่งๆ ก็เล่นตัว บ้างก็นัดไม่เป็นนัด เลื่อนแล้วเลื่อนอีก บอกไม่มีอารมณ์บ้าง ทะเลาะกับผัวบ้าง งานออกมาไม่ตรงตามแบบที่สั่งบ้าง เมาค้างบ้าง...สาระพัด..........พี่สาวพาไปเดินพาหุรัด ปากก็บ่นพร่ำๆว่า ถ้าเราทำเองได้ ตัดเองได้ คงดีนะ ตั๊กก็ตอบไปว่า.." ไม่เห็นยากเลย ง่ายออกกกก" พี่สาวมองหน้าและถามอีกครั้ง ง่าย? ตั๊กบอกตั๊กเห็นเค้าทำไม่ยากนี่ ขีดๆ เหมือนของแม่ ตอนนั้นก็ 8 ขวบ เดินไปขอวิชาเย็บผ้า ช่างที่พี่สาวบอก คนนี้เก่งแต่งานเค้าเยอะ ดารา คนดังๆมาตัดกับเค้าเยอะนะ ไปซื้อมาลัยมา 1 พวง ขอวิชา เค้าก็ตอบเลยว่า ใครจะให้ง่ายๆ ...แต่เราก็ทำตาใสๆ ไปขอทุกวัน จนวันหนึ่ง ครูพักลักจำก็บอกว่า เอาๆ ไม่สอนหลอก ไม่มีเวลา คนต้องทำมาหากิน อยากได้ก็มานั่งดูเอา (เข้าทางเหอๆ ) ครูพักลักจำคนนี้เก่งมาก ทรงสวยและไม่เคยสร้างแพทเทริ์นบนกระดาษ แต่สร้างบนผ้า เอาช็อกขีดๆ เอาจักรเย็บๆ ไม่เกิน 10 นาที ได้เสื้อตัวบน สวยมากเลย ประกอบกับแม่เคยเรียนตัดเสื้อมาก่อนจึงรู้พื้นฐานงูๆปลาๆ ได้หลักพื้นฐาน บวกกับหลังเลิกเรียน ทุกวันตั๊ก ไปดูแล้วทำ กลับมาผสมผสานหลักวิชาทั้งสองคน แต่ไม่ง่ายอย่างที่คิด ตั๊กตัดผ้าทิ้งเป็นร้อยๆครั้ง ร้องไห้ โมโห ฉีกผ้า ทุกอย่าง กดดันเพราะเงินทุนพี่ใกล้หมด ค่าผ่อนบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ พี่ต้องจ่าย กดดัน ต้องทำให้ได้ ต้องช่วยพี่หาเงิน ในขณะที่ตั๊กก็เอาเงินทุนพี่มาซื้อผ้าตัดแล้วเสียเยอะมาก บอกแม่ไม่เอาแล้้วววว คันมาก เป็นภูมิแพ้ด้วย จนแม่พูดมาคำหนึ่ง....ว่า ตั๊กเป็นเด็กฉลาดเรียนได้ที่ 1 ตลอด แต่ทำไมสู้ช่างที่แม้แต่ ป.4 ก็ยังไม่จบ ไม่ได้ โอโห้................ดูถูกมากกกกกกกกกก ตอนนั้นปิดเทอม..ตั๊กไม่นอนเลยหลายคืน ในที่สุดก็รู้ว่า ทำไม เพราะอะไร ยังไง....ทำยังไง...........ได้แล้วโว้ยยยยยยยยยย.....ต่อมาก็เริ่มหัดปัก เขียนลายชุดไทย เอามันให้เป็นทุกอย่าง...อายุแค่ 10 ขวบ แต่สู้ยิบตา...
(2).jpg)
เด็กหญิงตั๊ก เริ่มเรียนรู้....
- รู้จักสู้กับความจน
- รู้จักความอดทน
- รู้จักการเป็นแม่ค้า แม่ขาย
- รู้จักคำว่า...พยายามแล้วทำไม่สำเร็จ แล้วเริ่มพยายามอีก ก็ไม่สำเร็จอีกเป็นร้อยๆครั้ง ท้อไม่ได้ ถอยก็ไม่ได้
- รู้ว่าไม่ใช่ว่าร้านตัดชุดทุกร้าน ช่างทุกคนจะเก่ง และมีความรับผิดชอบ
ตอนที่ 2 ตั้งไข่
บอกพี่สาวเลือกแบบสวยๆ ไม่ต้องออกแบบ เสียเวลา เราทำชุดให้เช่าชุดละ 100 150 บาท ต่อคืน ณ.จุดนี้ทำได้ทุกอย่างแระ ตัดเอง เย็บเอง ไม่ต้องง้อช่างแล้ว ลูกค้าเยอะขึ้นเรื่อยๆ จาก 1 เป็น 3 จาก 3 เป็น 10 จาก 10 เป็น 90 ชุด ต่อวัน และขยายสาขาเป็น ส่งถึงที่คอนโด ถึงคาเฟ่ มีลูกน้องวิ่งไปให้เช่าตามร้านคาเฟ่ ดังๆ หลายที่ ใครๆก็บอกว่าชุดของร้านชุดนักร้องณัชชาใส่แล้วเฮง ได้มาลัยจากแขกดี เพราะช่างตัดเย็บเด็กมาตัดเองด้วย สวยด้วย คัทติ้งสวย ใส่แล้วดูเพรียว บนเวทีดูเอวเล็ก ตอนนั้นดังมากกกก ในขณะเดียวกันก็ไม่หยุด ไม่เข้าใจว่าคนนี้ใส่ย่น คนนั้นใส่ไม่ย่น ศึกษารูปร่างลูกค้าทุกแบบ ทุกวัน ไม่ใช่ว่าจะมีนักร้องผอมเสมอไป อ้วนก็มา อวบก็มี อกไม่เท่ากัน สะโพกย้อย ได้จับรูปร่างลูกค้าทุกวัน แก้ไซร์ทุกวัน นี่คือข้อได้เปรียบของเด็กหญิงตั๊ก
วันหนึ่งบอกพี่สาวอยากไปกิน สลัดอาอีซะห์ บางลำภู พอไปถึงเห็นร้านชุดแต่งงานเยอะมากกกกกกกก สวยยยยมากเลย บอกอยากเข้าไปดูหน้าร้านใกล้ๆ และถามพี่สาวว่า เค้าให้เช่าเท่าไหร่ พี่สาวบอก 3500 บาท ปะ!!! ตั๊กกรี๊ดดดดดเลย บ้าอะไรกัน ตั๊กทำแทบตายให้เช่า 100 150 บาท ก็เย็บเหมือนกัน เค้าเช่าครั้งเดียวได้เยอะมากกก ทำไมพี่ถึงไม่เปิดร้านชุดแต่งงาน พี่สาวตอบว่าใช้ทุนสูงมากเราไม่มีทุน ที่สำคัญมันทำยากกว่า ตั๊กก็ได้แต่มองชุด พลางเดินจูงมือพี่สาว มองๆ แล้วบอกว่าตัวเองว่า ไม่เห็นจะยากตรงไหน ง่ายจะตาย ทำไมพี่บอกยากไม่เข้าใจเลย .....แต่ก็ไม่ได้ เถียงอะไร
แระแล้ววันหนึ่งโอกาสก็มีถึง มีเอเย่น เห็นชุดที่หน้าร้านโชว์ เค้าบอกสวย ก็อปเหมือน เค้าเลยมาติดต่อให้ทำชุดเจ้าสาวส่งอเมริกา ตั๊กได้มีโอกาสจับงานตัวอย่างชุดเจ้าสาว ได้เรียนรู้การก็อป ได้เพิ่มลูกจ้าง ได้ขยายร้าน ได้จับแพทเทริ์นคนตัวใหญ่โตทุกไซร์ ไม่เว้นแม้แต้ ไซร์คนดำ ตอนนั้นถือว่าตั๊กได้เรียนรู้การทำชุดเจ้าสาวครั้งแรกเลย ต่อมาเศรษฐกิจฟองสบู่แตก นักร้องเปลี่ยนเป็นโคโยตี้ คาเฟ่ไม่ฮิต จีนเข้ามามีบทบาทด้านชุดแต่งงาน กำลังการผลิตที่ดีมากกว่า ราคาถูก ตามมาด้วยน้ำท่วมครั้งใหญ่ เพื่อให้ตัวเองอยู่รอด จึงทำให้ร้าน ต้องบายๆ พนักงานบางส่วน ผ่านไปเกือบ 10 ปี พออายุได้ 19 ปี เกือบ 20 ร้านพี่สาวก็เลยเปลี่ยนเป็นร้านชุดราตรีไปงานให้เช่า และพอมีทุนก็เลยเปิดกิจการร้านอะไหล่มอเตอร์ไซร์ โดยให้พี่เขยดูแล ตัวตั๊กเองก็เหนื่อยมากกับการฝ่าฟันเพื่อผ่อนบ้าน ผ่อนทุกอย่างจนหมด ส่งหลานเรียนและสู้กับภูมิแพ้อย่างหนัก พอจบ ม.3 ก็ไม่ได้เรียนสายตรงเหมือน เพื่อนๆ เพราะตั๊กใช้ชีวิตทุ่มเทด้านงานเสื้อมาตลอด ในขณะนั้นก็ส่งตัวเองเรียนรามคำแหงไปด้วย
.jpg)
.jpg)
- รู้ว่าสินค้าบางอย่างใช้เวลาผลิตเท่ากันแต่รายได้ไม่เท่ากัน
- รู้จักเศรษฐกิจ ขาขึ้นขาลง มีจริงๆ
- รู้จักการปรับตัว ปรับธุรกิจให้เข้ากับเศรษฐกิจ
ตอนที่ 3 เริ่มหัดเดิน
มาวันหนึ่ง อายุ 20 ปี จึงตัดสินใจออกมามีชีวิตอิสระนอกบ้าน เพราะอยากมีร้านชุดแต่งงาน อยากทำสตูดิโอ ซึ่งแม่และพี่สาวไม่เห็นด้วยเลย แต่ตั๊กดื้อมากกกกกก จะเอาๆ และคิดเสมอว่าร้านชุดแต่งงานนี่สิคือ ใช่...คำว่า Wedding Studio ชื่อเท่ห์จัง มันใช่ที่สุด ตอนนั้นออกมาจากบ้านไม่บอกใคร.... เสื้อ 5 ชุด รองเท้า 2 คู่ บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน สูติบัตร และใบจบการศึกษา พร้อมสำเนา... จำได้ว่า มีทองติดตัวมาแค่ 2 บาท ขายได้บาทละ 6500 บาท แต่เจ้ากรรม สร้อยที่แม่ให้หลุดหายเหลือบาทเดียว...T-T ซวยจิงๆ ... แต่ก็ไม่นึกจะขาย เก็บไว้ใช้เมื่อยามยากจริงๆ ไปอยู่กับเพื่อนสาว 2 คน ที่ โชคชัย 4 เช่าคอนโดง๊อยๆ อยู่เดือนละ 1,500 บาท แบ่งกันคนละ 500 บาท เพื่อนเป็นผู้ช่วยช่างภาพ พาไปสมัครเป็นคอสตูมหลายที่ โอ๊ยยยยร้อน โอ๊ยเหนื่อย โอ๊ยยย ลำบาก โอ๊ยๆๆๆ แต่กลับบ้านไม่ได้ แม่บอกให้แล้ววิชา ไปหากินเอาเอง วิชาที่มีทำให้รวยได้เป็นร้อยเป็นพันล้าน หากกลับไปโดนดูถูกตายเลย
ไปสมัครเป็นคอสตูมในสตูดิโอมีชื่อหลายๆที่ เชื่อไหมคะ เค้าให้เงินเดือน 5,500 บาท บ้ามากกกกกกก ไม่ต้องอะไร ถึงค่าเช่าบ้านแชร์กับเพื่อนจะ 500 บาท เหลือ 5000 ไหนจะค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเดินทาง ค่านู้น ค่านี่ ทำยังไงก็ไม่รวยหลอก เจ้าของสตูดิโอถือหลุยส์ ขับเบณซ์ เที่ยวนอก ไม่เคยเข้ามาช่วยดูแลลูกค้า ถึงเวลาสิ้นเดือนโทรถาม ได้ยอดเท่าไหร่เดือนนี้ ส่วนชีวิตลูกน้อง กินมาม่า นั่งรถกระป้อ ดูแลลูกค้าลองชุด แก้ไซร์ เครื่องประดับที่มีน้อยนิด ง๊อยๆๆ เพชรเก่าๆ หลุดๆแตกๆดำ ก็ยังหลับหูหลับตาให้ลูกค้า ไม่เคยคิดจะลงขอใหม่ๆ แถมต้องดูแลสลับให้ทัน ลองรับอารมณ์เวลาลูกค้าวีน ลูกค้าไม่รู้ และไม่วีนกับคนขายหรือเจ้าของร้าน แต่มาวีนกับคอสตูม...หาว่าคอสตูมเอาของใหม่ไปแอบ ไหนจะต้อง ซักรีดชุดแต่งงาน ชุดก็ใหญ่หนักก็หนัก ทำจนมือเน่า มือเปื่อย อ้างไม่ให้ส่งซักเพราะแพง ต้องช่วยบริสัตย์ ประหยัด เอาเงินค่าซักไปผ่อนรถเบนซ์เจ้านาย โอ้วววววว...ขอบคุณณณณณณณณณณ
มีสตูดิโอมีชื่อมากๆๆๆในทองหล่อ ตั๊กไปทิ้งใบสมัคร มีป้าแก่ๆคนหนึ่งโทรมาถามว่า เธอกล้าดียังไงมาเรียกเงินเดือน 20,000 บาท ฉันแค่ต้องการคนรูดซิป...กรี๊ดดดด ตั๊กเลยด่ากลับไป เจ๊ๆ คือว่า...ไอ้ที่อ่านที่คุณลงรับสมัครไว้สวยหรูคือ คอสตูมสไตลิส ผ่านงานโฆษณาไม่ต่ำกว่า 4 ปี นะคะ ไม่ใช่คนรูดซิป....แล้วตั๊กก็ว่างหูไป รวยจนรอยยักในสมองพิการคิดได้นุ...
ช่วงแรก ระหว่างนั้นก็ทำคอสตูมรายวัน ร้านที่เพื่อนทำงานเป็นผู้ช่วยช่างภาพ ตั๊กได้วันละ 130 บาทบ้าง เป็น AE ขายเพคเกจ ได้รายวันๆละ 145 บาทบ้าง แล้วแต่เค้าจะให้ทำ อืมแต่ก็ได้ความรู้เพียบ
- รู้ว่าผู้จัดการจะรัก AE ที่ทำยอดได้เยอะ ส่วนตำแหน่งอื่นไม่ค่อยให้ความสำคัญ
- รู้ว่าเมื่อทำยอดไม่ได้ลูกค้าไม่เลือกรูป ตำแหน่งไหนบ้างจะถูกหักเงิน
- ไปเป็นลูกน้องสตูดิโอหลายที่ รู้ระบบบริหารภายในที่ไม่เป็นระเบียบ เน้นคุณภาพของพนักงานขาย..พูดเก่งค่าตัวแพงเท่าไหร่ไม่ว่า แต่เด็กที่ทำงานดูแลลูกค้าเน้นค่าแรงถูก จึงหาความเป็นมืออาชีพไม่ได้ One Stop service ที่ลูกค้าหวังจะจ่ายจะจบที่เดียว แล้วเจอมืออาชีพจริงๆนั้น หายแทบไม่ได้เลย
- รู้ถึงชีวิตพนักงานบริษัทว่า หาเช้า กินค่ำ เช้าชาม เย็นชาม คืออะไร
- รู้คำว่า ไอ้ที่ว่าลำบากจริงๆ คืออะไร ไม่มีแม่ ไม่มีครอบครัว สภาพเป็นยังไง
ทนไม่ไหว รำคาญ ไร้สาระ กลับที่พัก ไปเดินเตะฝุ่นต่อดีก๋า ทำไปก็ไม่คุ้มค่ารถ ท้องหิว ต้องตัดสินใจ เดินเข้าซอย ไม่นั่งรถกระป้อ ต้องประหยัด เหนื่อยขนาดไหน ก็ต้องทน ในเวลานั้นก็ไปสมัครตามร้านตัดชุด ไปเป็นช่างตัดผ้า ไปเป็นดีไซน์เนอร์ ออกแบบเสื้อผ้าแฟชั้นให้ร้านในประตูน้ำ อยู่พักหนึ่ง แต่นั้นไม่ใช่เป้าหมาย... ไม่นานก็ได้งานที่หนึ่งใกล้บ้าน เป็นสตูดิโอที่ทำงานที่แรก ที่ให้เงินเดือนคุ้ม และเจ้านายดูนิสัยเลิศ แต่ที่นี่ทำให้ทั้งรักและแค้น
เจ้านายที่นี่เค้าเป็นช่างภาพโฆษณาและถ่ายรูปเอง คู่ผัวเมีย ช่วยกัน กับลูกน้องทำงาน ดูแลลูกค้าด้วยตัวเอง ขยันขันแข็งดี นิสัยเลิศ ใจดี ลูกน้องหลายคนรักเธอทุกคนคะ ตั๊กทำงานกับเค้าได้นานเป็นปีๆ ลูกค้ารักตั๊ก ทีมงานก็รักกัน แผนกตั๊กจะมีขนมมาฝากเยอะมากทุกวัน จนเค้ามีชื่อเสียงโด่งดังมาก ทั้งนอกเว็บในเว็บ ขยายกิจการไปตามห้างเยอะมาก ตั๊กมีความสุขมาก เหนื่อยแต่มีความสุข ทำงานสนุก จนวันที่เปลี่ยน คือ เมื่อลงทุนแล้ว...ไม่ได้กำไรเท่าที่อยากได้..วันหนึ่ง เห็นช้างขี้ อยากขี้ตามช้าง เงินทำให้คนนิสัยเปลี่ยน อุดมการณ์เปลี่ยน เจ้านายเริ่มต้องการเปลี่ยนระบบ ต้องการผู้จัดการคนใหม่เข้ามาทำงานแทนตัวเอง เพราะเหตุผลว่า ยอดที่ได้ สาม สี่ ล้าน ยังขาดทุน บริหารยังไงไม่ทราบ เค้าจึงนำผู้จัดการคนใหม่เข้ามา ซึ่งเค้าได้ยินแต่คนพูดมาว่าคนนี้เก่ง ทำยอดให้ในเครือรวย สามารถทำยออดเดือนเป็นสิบล้าน แต่แปลกผู้จัดการคนนี้ กำจัดลูกน้องที่เก่งๆออกที่ละคน เพื่อนำคนของตัวเองเข้ามาแทน เพราะที่นี่ให้เงินเดือนสูง จนถึงตาตั๊ก... สิ่งที่ตั๊กโดนมันเลวร้ายกับตั๊กมาก ตั๊กทำงานที่นี่ เป็นคอสตูมคนเดียว ทั้งลองชุดให้ลูกค้า แก้ชุด ลันคิวชุด ทั้งซักชุด ลูกค้าเดือนละ 145 คู่ ไม่มีพลาด เพื่อช่วยร้านประหยัด เค้าไม่ยอมจ้างแม่บ้านซักรีดมาช่วย ตั๊กก็ทนทำ ยังกับควายไถ่นา ขอคนช่วยไปยังไง ก็รอไปเถอะ บริษัทต้องประหยัด ซักชุด รีดชุด ตากแดดซักผ้า หน้าดำ มือเปื่อย ขนาดไหน เจ้าของไม่รู้หรอกคะ เค้าต้องการยอด ต้องการกำไร ต้องการเงิน เหตุการณ์ครั้งนี้ทำตั๊กเจ็บแสบมาก จนทุกวันนี้ ใจก็ยังไม่เคยให้อภัย
มีลูกค้าคู่หนึ่ง วันเปิดเพคเกจไม่เคยมาลองชุด วันถ่ายรูปไม่เคยเจอตั๊ก วันเลือกชุดไม่เคยพบตั๊ก วันรับชุดไม่เคยมาลองชุด ไม่มารับเอง บอกว่าใส่พอดี นั้งนึกเหตุการณ์ ก็ว่าแปลกๆ วันคืนชุดก็คืนกับผู้จัดการ ผู้จัดการต้องเช็คของ สำรวจของทุกซอกทุกมุม อุปกรณ์ครบ ชุดโอเคไม่ขาด ก่อนคืนประกันลูกค้าว่าเรียบร้อยดีหรือไม่ นั้นเป็นหน้าที่ของฝ่ายขาย ซึ่งตอนนั้น ผู้จัดการเป็นคนทำทั้งสิ้น แล้วชีก็นำเอาสูท เอาขึ้นมากองไว้ที่พื้นใต้ราวสูท ในขณะนั้นมีลูกค้าคู่หนึ่ง ต้องการลองสูท ตั๊กเลยบอกว่า มีของใหม่มาคืนเยอะเลย เลือกเลยพี่ แล้วพี่ลูกค้าคนนี้ก็เจอซองในเสื้อสูท แระก็เดินเอามาให้ตั๊ก แต่ตั๊กยุ่งมากไม่ได้ใส่ใจ เลยบอกให้พี่เค้าวางซองไว้บนจักร ทำงานจนห้าทุ่ม พอจะกลับบ้านบอกแม่บ้านทำความสะอาดและAE ว่ามีลูกค้าลืมซอง ถ้าใครถาม ให้บอกอยู่ในลิ้นชักจักรนะ แล้วตั๊กก็กลับบ้าน เช้ารุ่งขึ้นมีโทรศัพท์ขอสายคอสตูม โทรมาถามว่าเห็นอะไรในสูทบ้าง ตั๊กก็เล่าไปตามความจริง เค้าบอกว่าให้ตั๊กรับผิดชอบโดยการเอาซองไปคืนให้เค้าที่บ้านเดี๊ยวนี้ เค้าอยู่นครปฐม ตั๊กบอกไปไม่ได้ ตั๊กติดลูกค้า ไม่ทันถึง 10 นาทีจากที่ว่างหู มีผู้ชายหน้าโหดๆเหมือนมือปืน...มาขอซองคืน ตั๊กก็ให้ไป ไม่ถึง 10 นาทีเค้าโทรมาหาตั๊กว่า "มึงอยากตายหรือเอาเงินในซองกูไปทำไม มึงรู้ไหมกูเป็นใคร" แล้วก็ขอสายเจ้าของร้าน ตั๊กก็งงมึนๆ (ไหนบอกว่าอยู่นครปฐม) จากทาวน์อินทาวน์ ไปนครปฐม เร็วไปป่าวววว 10 นาที น่าแปลก จากนั้น ตั๊กโดนเจ้านายผู้ชายเรียกไปด่า หาว่าตั๊กทำชื่อเสียงร้านเค้าเสียหายที่ลงทุนไป แปดล้าน ป่นปี้ ตั๊กก็เถียงว่าตั๊กไม่ได้ทำ ตั๊กไม่ได้เอาไป เปิดกล้องวงจรปิด พี่มีกล้องวงจรปิดไว้ทำไม เปิดเลยยยยย เปิด เชื่อไหมคะ เจ็บปวดมากกกก เค้าไปยอมเปิดกล้อง แถมจะพาตำรวจมาจับตั๊ก ในขณะนั้นผู้ชายคนนั้นก็โทรมาขู่ว่า เดี๊ยวจะขับรถมา จะเอาปืนท้ายรถมายิงตั๊ก เพราะตั๊กเอาเงินปู่เค้าไป ปู่ใส่ซองมา แปดพัน ตั๊กเลยโทรบอกให้แฟนตั๊กเอาเงินสดไปแลกเหรียญสลิงค์มาคืนเค้า แปดพัน พร้อมกับตั๊กนั้งรอตำรวจมาจับ ตามคำขู่ของเจ้าของร้าน แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะมา วันรุ่งขึ้นตั๊กยืนใบลาออก เจ็บใจที่เจ้านายไม่ปกป้องลูกน้องของตนทั้งๆที่ตั๊กเคยเก็บทองคืนลูกค้า 2 ครั้ง 2 ครา แต่ด้วยเพราะสงสารลูกค้าตาดำอีก 80 กว่าคู่ หากจะทิ้งไปเลย ลูกค้าเดือดร้อนแน่ๆ จึงอยู่อีก 1 เดือน อยู่แก้ชุดให้ลูกค้าที่จะแต่งอีก 2 เดือนล่วงหน้าจนเสร็จ เดือนมีนาคมเดือนเเห่งความเจ็บปวดที่ต้องอดทน กับสายตาเพื่อนร่วมงานสาขาอื่นๆ ที่มองเหมือนตั๊กเป็นขโมย ทั้งๆทีตั๊กไม่ได้ทำ พอออกมาได้งานที่ใหม่ เจ้าของร้านนี้...ก็เลวมาก ยกหูโทรเม้าส์กับเจ้าของใหม่ที่ตั๊กทำงานด้วยแล้วทำทีเป็นเล่าเรื่องตั๊กให้เจ้าของใหม่พิจารณาเอาเองว่าจะเอาตั๊กไว้หรือไล่ตั๊กออก...เจ็บจนหน้าชาเลยคะ กล้องวงจรปิดมีไม่ยอมเปิด ปล่อยให้ลูกน้องที่ทำงานหาเงินให้คุณกินคุณใช้ ทำงานให้คุณแบบถวายหัวเป็นปีๆ ต้องถูกตราหน้าว่าเป็นขโมย แถมประจานตามหลัง แล้วทุกวันนี้ร้านนี้ก็เจ้งไปเรียบร้อย.... เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เรื่องราวร้ายๆแปลกๆเกิดกับเพื่อนตั๊กเลวร้ายทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ คนท้องคนไส้ ....กรรมตามทัน จริงๆ เพราะความเห็นแก่ได้ แบบไม่มีศีลธรรมจรรยา เห็นชาตินี้เลย ไม่ต้องรอชาติหน้า วันนี้คือวันที่ตั๊กรอจะเขียนประจานความเลวร้ายในครั้งนั้น รักจะเป็นเจ้านายเป็นเจ้าของ เวลามีเรื่องต้องรู้จักวิเคราะห์ ปกป้องลูกน้อง ไม่ใช่ด่าลูกน้องไล่ลูกน้องดีๆออกหมด เพราะมันอาจทำให้คุณไม่มีบุญที่จะกลับมาได้ลูกน้องดีๆอีกเลย
- รู้เช่นเห็นชาติมนุษย์
- รู้หลักการเป็นเจ้าของร้าน การเป็นลูกน้อง ชีวิตแตกต่างยังไง
- รู้เป้าหมายในชีวิต ว่าจะทำอะไรต่อไป .....
- รู้ระบบภายในสตูดิโอที่ไปสมัครแต่ละที่
- รู้ว่าสภาพชุด สภาพของ แต่ละร้านที่ไปสมัคร เป็นแบบไหน ซื้อมาจากไหน
.JPG)
ตอนที่ 4 ล้มแล้วลุก
เมื่อทำงานที่สตูดิโอไหนไม่ได้ ก็ตัดสินใจเปิดร้านเองคะ ท่องไว้ตลอด..ว่าจะต้องรวย ฉันจะทำให้วงการสตูดิโอที่เจ้าของชอบเอารัดเอาเปรียบลูกค้าต้องสะเทือน....แต่ทองเหลือบาทเดียวววว จะรวยได้ไง..............เอาไปขายตอนนั้นได้ ห้าพันหกพันจำไม่ได้ ทุนไม่พอ หากขอแม่ ด้วยรู้นิสัยทางบ้าน ก็เลยเลือกที่จะสู้ให้ถึงที่สุด เพื่อนที่เป็นเมคอัพแนะนำไปดูห้องเช่าใต้ถุนคอนโดย่านลาดพร้าว ชื่อซิตี้วิลล่า ตั๊กเล่าให้เจ้าของห้องฟัง และขอผัดผ่อนค่าล่วงหน้า โดยขอจ่ายแค่ค่าเช่าเดือนแรกก่อน คือ 4,000 บาท ติดค่าล่วงหน้าไว้อีก 8000 บาท มีเงินเหลือจากการขายทอง ประมาณ พันกว่าบาท เงินจะหมดแล้ววววว นั่งรถเมล์ไปขอกรรไกรพี่จันที่ปิ่นเกล้า (พี่สะใภ้ ทุกวันนี้ยกร้านชุดราตรีให้) ขอด้าย ขอตีนผี ขอของจำเป็นในการเย็บผ้า ตอนนั้นพี่จันไม่มีเงิน เป็นช่างเย็บผ้าชุดคุณแม่ เงินเดือนแค่หลักพัน ต่อมานั้งรถเมล์ไปหาพี่อี๊ด พี่สาวอีกคนที่สมุทรปราการ ขอเตารีด ขอกระติกน้ำร้อนเอาไว้ต้มมาม่า ได้เงินพี่อี๊ดมาสมทบทุนอีก 500 บาท ..เอาไปซื้อที่รองรีดผ้า แบกขึ้นรถเมล์ ไปหาเพื่อนแถวรัชดาที่มีร้านขายจักร ขอจักรเย็บอุตสาหกรรมมือสอง 1 ตัว จักรโพลงเล็กมือสอง 1 ตัว ทั้งหมดสร้างหนี้อีก 10,000 บาท เพราะไม่มีตังค์ผ่อนงวดแรก เลยขอผ่อนรายเดือน แล้วบอกเพื่อนว่าอยากได้หุ่น หุ่นใหม่ขายตัวละ 500 ไม่อยากซื้อ ขอได้ขอ... บอกเพื่อนหา หุ่นที่คนทิ้งแล้วก็ได้ เก่าไม่เป็นไร เพื่อนหาให้ได้มา 1 ตัว ใจร้อนจัดการทุกอย่างเสร็จ ใน 1 วัน เหนื่อยมากกกกก เหนื่อยกว่าเป็นลูกน้องเยอะมาก คิดว่าจะต้องทำทุกอย่างให้เร็วเพราะเวลา 1 วันหากทำเงินไม่ได้เท่ากับขาดทุนแล้ว เรามีต้นทุนค่าเช่าร้าน ค่าผ่อนจักรทุกวัน ตอนนั้นจำได้ เดินกลับมาพร้อมสร้างหนี้เรียบร้อย 18,000 บาท พอถึงห้องก็ดึกมาก เปิดไฟไม่ติด อะไรฟ่ะ ตรวจดู..คนที่เช่าอยู่ก่อนหน้าไม่รู้บ้าอะไร เอาหลอดไฟไปหมดไม่เหลือสักดวง ตั๊กก็นอนพื้น หมอนใบเดียว แม้แต่พัดลมก็ไม่มี ตอนอยู่กับเพื่อน ห้องเพื่อนมีทุกอย่างอยู่แล้ว พอแยกออกมา ตั๊กก็เลยมีแต่เสื้อผ้าที่เอาออกมาจากบ้าน นี่ไง ปัญหาจะทำยังไงให้รวย แบบไม่มีทุนแถมเป็นหนี้ แม้แต่หลอดไฟจะส่องสว่างจะอาบน้ำยังไม่มี เลยไปซื้อเทียนร้านขายของชำในคอนโดมาจุดเพื่ออาบน้ำ T_T นอนคิดทั้งคืน ต้องวางแผนชีวิต วางเป้าหมายเป็นขั้นๆ จะทำอะไร แล้วจะได้อะไร เป็นรายวัน รายเดือน รายปี ตั้งเป้า ร้านจะต้องประสบความสำเร็จ ร้านจะต้องอยู่ได้ ภายใน 4 ปี
.JPG)
ตั้งสติ ชีวิตนี้อะไรจำเป็น ไม่จำเป็นบ้าง เงินเหลือ พันกว่าบาท โอเค...นอนพื้นไปก่อน เมื่อคืนนอนได้ วันต่อไปก็ต้องนอนได้ วางแผนชีวิตวันนี้จะทำอะไรก่อน หลอดไฟจำเป็น เพราะต้องใช้แสงเย็บผ้า เงินที่เหลือก้อนสุดท้าย ก็ไปพาหุรัด ได้ผ้ามา 2 ชุด ซื้อแต่ของที่จำเป็นต่อการผลิตชุด จนสุดท้ายเงินเหลืออยู่แค่ 100 บาท ฝนก็ตก รอรถเมล์นานมาก หนาวก็หนาว รู้เลยว่า คำว่าลำบาก คืออะไร คนที่พ่อแม่มีทุนให้ กับคนที่ไม่มีทุน ต่างยังไง ........ตั้งสติ กองทัพต้องเดินด้วยท้อง ก็ไปซื้อข้าวสาร ไข่ มาม่า น้ำปลาขวดน้อยและน้ำพริก ซื้อกระติก น้ำแข็งยูนิคและน้ำกดตู้ ใส่ในกระติกเรียบร้อย เงินหมดไม่เหลือสักบาท คำนวนอาหารอยู่ได้ประมาณ 3 วัน คราวนี้ก็ตัดชุด เพราะเป็นได้ทั้งช่างสร้างแพทเทริ์น ช่างตัด ช่างเย็บ จนถึงช่างปัก ชุดแรกในชีวิตก็คลอดออกมา 2 ชุด แขวนโชว์หน้าร้าน วันนั้นขายได้เลยคะ 2500 บาท อีกชุดมีลูกค้ามาเช่า 500 บาท ได้เงินก้อนแรก ดีใจมากกกกกกกก เอาไปต่อทุน ในขณะนั้นก็ไม่ได้รองานเข้าหน้าร้านอย่างเดียว ไปเอาผ้าโหลมาเย็บได้ค่าแรงตัวละ 25 บาท ก็ทำทุกอย่าง ทำให้ได้เงิน จากชุดแรกที่ลูกค้ามาซื้อ พอได้เงินมา ก็ไปซื้อผ้าที่พาหุรัดมาเพิ่มอีก แต่ซวยมาก วันนั้นโดนรถชน เจ็บมาก เป็นแผลเยอะมากที่เท้า เล็บหายไป 3 นิ้ว เจ็บเท้ายังไง เย็บผ้าไปร้องไห้ไปก็ต้องทำ รับงานเค้ามาต้องทำให้เสร็จตามนัด ต้องตรงต่อเวลากับลูกค้า จากเงินติดตัวน้อยนิด เริ่มเพิ่มพูน ไม่กิน ไม่เที่ยว ไม่เล่น ขยัน ซื่อสัตย์ อดทน พอได้กำไรมาแบ่งให้แม่ กตัญญู จะทำให้เฮงจริงๆคะ มีลูกค้ารายใหญ่เข้ามาให้ตัดชุดพริตตี้มอเตอร์โชว์รถเฟอร์รารี่ ให้ได้เงินมา 60,000 บาท ได้ซื้อราว โต๊ะรับแขก โต๊ะตัดผ้า ตู้เครื่องประดับ กระจก ทำห้องลองชุดง่ายๆ ราวแขวนชุด ไม้แขวนชุด เพิ่มไฟ ยังไม่ครบ ไปซื้อผ้่ามาตัดชุดเพิ่มอีก จาก 1 เป็น 3 เป็น สิบๆชุด ลูกค้าเยอะมากขึ้นเรื่อยๆ ชุดที่สวยจริงๆ ในราคาถูก ทำให้ปากต่อปากเริ่มมา ชื่อเสียงเริ่มดัง ลูกค้ามาไม่ขาดสาย ได้เงินตลอด ลูกค้าที่น่ารักไปโพสตามเว็บฟรีให้ จนติด Google และแนะนำให้ตั๊กลงในเว็บ WSQ ตอนนี้เริ่มคิดจะมีลูกน้องคนแรกแล้ว เพราะงานเยอะเกินกว่าที่ตั๊กจะทำคนเดียวไหว
- รู้จักวางแผนชีวิต
- รู้หลักการวางแผนบริหารร้าน การลงทุนเริ่มต้น และการเพิ่มพูนสินค้า
- รู้จักกักตุนอาหารแห้งไว้กิน ยามยาก
- รู้จักแยกแยะระหว่างเพื่อนแท้ และเพื่อนร่วมโลก
.jpg)
ตอนที่ 5 ขาเริ่มแข็ง
ในที่สุดห้องใต้ถุนคอนโดเล็กๆเริ่ม ไม่พอเพียงกับจำนวนลูกค้า แม่แฟนเห็นในความอดทน ก็เลยยกทาวน์เฮาส์ให้ เพื่อขยายร้าน ในขณะนั้นตั๊กโชคดีได้ลูกน้องมาช่วยทำงานและมีแต่ลูกน้องนิสัยดีๆ ลูกน้องจาก 1 เป็น 2 เป็น 3 เป็น 10 เมื่อตั๊กเห็นว่าทุกอย่างเข้าท่าดูโอเค ตั๊กก็ลงเป็นสปอนเซอร์ในเว็บ WSQ แล้วก็ทำทุกอย่างให้ถูกต้อง โดยจดทะเบียนการค้าเพื่อป้องกันไม่ให้ ร้านอื่นนำชื่อ Fullrich ไปใช้ ตอนนั้นคิดว่ามีความสุขที่สุดแล้ว ร้านเล็กๆแต่ทุกอย่างลงตัวโอเค ไม่อยากมีรถ เพราะไม่ want มีหนี้ กลัวการมีหนี้ จะมีอะไรดีไปกว่านี้อีก แต่ปัญหาของการมีหน้าร้านในเว็บไม่ง่าย เพราะอาจจะมีคน เข้ามาโพสด่า แกล้งปั้นเรื่อง แระแล้ว สิ่งที่ตั๊กกลัวก็มาเยือนตั๊กจนได้ วันหนึ่งมีผู้หญิงคนหนึ่งมาเช่าชุดราตรี 800 บาท แต่คำพูด กิริยาหลายอย่าง ตั๊กไม่ชอบเธอ เธอไม่ชอบตั๊ก... ตั๊กจึงขอคืนเงิน เรื่องไม่จบแค่นั้น เธอไปโพสต่อว่าตั๊กหน้าเว็บ และเขียนกระทู้มากเกินกว่าความจริง โดยไม่มีจิตสำนึกว่าจะทำให้ร้านที่ตั๊กสร้างมาอย่างเหนื่อยยากต้องเดือดร้อน เพราะชีต้องการเอาชนะ ทำลายผู้อื่น ครั้งนั้นกลับทำให้ตั๊กดังมากกว่าเดิม มีลูกค้าในร้านเป็นพยานอยู่ในเหตุการณ์ 4 คน เข้ามาช่วยอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นว่าอะไรเป็นอะไร กระทู้นี้ตั๊กไม่เคยลบ ตั๊กภูมิใจกับมันมาก เพราะ 1. คือมันทำให้ตั๊กดังขึ้นไปอีก 2 . ตั๊กก็จัดการติดกล้องวงจรปิดระบบภาพเเละเสียงซะเลยตัดปัญหา 3.ได้รับรู้ว่าความดีที่ทำมา มีลูกค้าที่รักตั๊กมากมายขนาดไหน และเข้ามาให้กำลังใจ ภูมิใจที่สุด นี่แหละคือความดีที่สะสม ที่ทำมาตลอด คุ้มครองให้รอดปลอดภัย
.jpg)
.jpg)
ปัญหาของการทำธุรกิจไม่ได้มีแค่นั้น เรื่องที่จอดรถไม่พอสำหรับลูกค้าอีกตามเคย ประกอบกับเจอเพื่อนข้างบ้านไม่โอเค และปัญหาก็ตามมารุมเร้าไม่หยุด ตรวจพบเนื้องอกในต่อมใต้สมอง พอรู้...เข่าอ่อนเลย ตั้งตัวไม่ถูก ตกใจ อะไรกันลำบากขนาดนี้ พระเจ้าเล่นตลกอะไรอีกเนี้ย คิดมากมายเกินเลย แต่พอตั้งสติได้...เริ่มจากคิดบวกก่อน..... เราต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันๆก็แค่สิว แต่ขึ้นผิดที่ เอาวะ...เลยตัดสินใจเป็นหนี้และซื้อบ้านเพื่อทำร้าน ทำโชว์รูม ขยายกิจการ ไหนๆก็ไหนแล้ว ชีวิตหนึ่งเกิดมาทั้งที พระเจ้าให้ความสามารถมาขนาดนี้ ทำให้บ้าสุดๆไปเลย พอซื้อบ้านเสร็จก็แถมตรวจสุขภาพฟรี ไปเจอ....โรคไวรัสตับอักเสบบี โอ๊ยยยยย ชีวิตเด็กหญิงตั๊ก อะไรจะมากมายขนาดนี้ อาจเป็นเพราะกรรมเก่าหรืออะไรก็แล้วแต่ อย่าได้แคร์กับมัน ไม่สนใจ เรากลับไปแก้ไขมันไม่ได้ แค่อยู่กับปัจจุบัน ใช้ชีวิตให้ถูกต้อง...ที่สำคัญจะต้องไม่เบียดเบียนใคร ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน แล้วก็รักษาไปตามขั้นตอน ดูแลตัวเองมากขึ้น ในความโชคร้ายก็มีความโชคดีที่โรคทั้งสองอย่าง ไม่ได้ทำความทรมานเจ็บปวดอะไร เหมือนคนปกติ สบายๆชิวๆ
.jpg)
....เห็นไหมคะ คนเรากว่าจะประสบความสำเร็จ ต้องผ่านเรื่องราว ต้องอดทนมากมาย ตั๊กได้แต่เล่าให้ฟัง...อย่างย่อๆ ว่าผ่านอะไรมาบ้าง ตัวหนังสือที่อาจดูเหมือนใช้เวลาเขียนไม่นาน หากลองอ่านกลับไปกลับมาดีๆจะรู้ว่า กว่าจะผ่านแต่ละชั่วโมงที่ท้องหิว กว่าจะพ้นแต่ละวัน ต้องใช้ความอดทนและระยะเวลาที่นานมากกกก ยิ่งทำธุริกจแบบไม่มีทุนยิ่งต้องระวังการใช้จ่าย ที่สำคัญต้องซื่อสัตย์กับลูกค้าให้มาก ลูกค้านี่แหละคือคนที่จะทำให้คุณได้ต่อยอด
- สุดท้ายรู้จักการแบ่งปันประสบการณ์ความรู้ ในการบริหารชีวิต เพราะมันอาจเป็นประโยชน์นให้คนที่ต้องการจะรู้ จะศึกษาจริงๆ คำว่าอดทน คำสั้นๆ แต่เวลาลงมือทำมันยาก ขึ้นอยู่ที่ว่า ก่อนที่จะบอกว่าทำไม่ได้ คุณได้ลองทำมันหรือยัง
บางคนบอกว่า แน่สิ..ตั๊กทำได้ เพราะตั๊กเก่ง ตั๊กมีโอกาส เฮงด้วย ตั๊กจะบอกว่าหากอยากเฮง ไม่ต้องไปไหน ไม่ต้องเสียเวลาชีวิต เสียค่าน้ำมันไปทำบุญที่วัดไหน พระในบ้านมีกี่องค์ จัดให้อิ่มก่อน ให้บิดา มารดามีความสุขก่อน รับรองค้าขายเฮงแน่นอนคะ
|